เซเรีย อา อิตาลี จัดการออกกฏใหม่ห้ามทุกครั้งมในลีกสวมชุดแข่งที่มีสีเขียวลงสนาม เริ่มใช้ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลก่อกวนการถ่ายทอดสด Football Italia สื่อดังจากแดนมักกะโรนี กล่าวว่า เซเรีย อา ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎข้อบังคับเกี่ยวกับเครื่องแต่งตัวอีกรอบ เพื่อกล้องถ่ายภาพถ่ายทอดสดทำงานได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แล้วก็อำนวยความสะดวกต่อผู้ที่เป็นโรคตาบอดสี รายงานกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงคราวนี้เหมารวมทั้ง เสื้อ กางเกง แล้วก็ถุงเท้า ที่ห้ามใส่สีเขียวอีกทั้งโทนเข้มแล้วก็อ่อน ส่วนในเรื่องที่ชุดแข่งขันมีมากกว่า 2 สี จึงควรให้สีอื่นมีความเด่นกว่าสีเขียวเพียงแค่นั้น แล้วก็จะมีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 เป็นต้นไป โดย เซเรีย อา ตกลงใจประกาศให้ทราบตั้งแต่ฤดูกาลนี้เพื่อทุกครั้งมมีเวลาเตรียมตัว จากการประกาศกฎดังกล่าว แน่ๆว่าสมาคมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในลีกก็คือ ซัสซูโอโล ที่ชุดแข่งหลักเป็นสีเขียวนั่นเอง

Read More

หากว่าทัพลูกหนัง “แซมบ้า” บราซิล จะชวดคว้าแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนของตนเอง เนื่องจากว่าเสียท่าแพ้ “ฟ้าขาว” ประเทศอาร์เจนตินา 0-1 ในศึกบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ โคปา อเมริกา 2021 รอบชิงแชมป์ ที่ประเทศบราซิล แต่มีนักเตะสายเลือดบราซิลถึง 3 คนที่ได้สังสรรค์แชมป์ระดับทวีปบนดินแดนยุโรป เนื่องจากว่าได้เปลี่ยนสัญชาติไปร่วมทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” อิตาลี ชุดแชมป์ยูโร 2020 ไล่ตั้งแต่ จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน พัลมิเอรี และ ราฟาเอล โตลอย นั่นเอง ในศึกยูโร 2020 มีนักเตะสายเลือดบราซิลเปลี่ยนสัญชาติไปรับใช้กลุ่มลูกหนังในทวีปยุโรปทั้งปวง 6 คน อาทิเช่น เปเป้ แนวรับกลุ่มชาติโปรตุเกส, มาริโอ แฟร์นันเดส แนวรับกลุ่มชาติรัสเซีย, มาร์ลอส ปีกขวากลุ่มชาติยูเครน และ 3 นักเตะกลุ่มชาติอิตาลีตามรายชื่อข้างต้น โดยทั้ง 6 คนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวกำเนิดที่ประเทศบราซิลทั้งปวงเลยด้วย แต่ว่ามีอยู่หนึ่งคนที่ไม่เคยผ่านการลงเล่นให้ชมรมบอลในประเทศบราซิลมาก่อนเลย ซึ่งก็คือ จอร์จินโญ่ เนื่องจากว่าได้ย้ายมาปักหลักภูมิลำเนาในประเทศอิตาลีตั้งแต่ในขณะที่แก่เพียง 15 ปี และได้รับเชื้อชาติเป็นชาวอิตาเลียนตามบรรพบุรุษด้วยนั่นเอง ต่อไปได้เริ่มอาชีพค้าหน้าแข้งกับ เวโรนา ในตำแหน่งกองกลางเมื่อปี 2010 และย้ายไปสร้างชื่อกับ นาโปลี ก่อนจะย้ายลงหลักปักฐานกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2018 จนถึงตอนนี้ ดังนี้ จอร์จินโญ่ ได้ถูกเรียกมารับใช้ทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนในรายของ เอแมร์ซอน เคยค้าหน้าแข้งในบราซิลกับ ซานโตส มาก่อน แต่ว่าได้ย้ายมาสร้างชื่อกับ โรม่า ในปี 2015 และได้เปลี่ยนสัญชาติเพื่อไปสวมเสื้อสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2018 ในช่วงเวลาที่ โตลอย พึ่งได้เชื้อชาติในช่วงต้นปี 2021 ภายหลังที่อยู่ปักหลักยืนเล่นเป็นกองหลังของ อตาลันตา มานานถึง 6 ปีแล้ว นับจากย้ายมาจาก ซานโตส ในบ้านกำเนิดเมื่อปี 2015 ก่อนหน้าที่ผ่านมามีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปคว้าแชมป์ยุโรปมาแล้วถึง 2 คน เริ่มจาก มาร์กอส เซนนา ได้จารึกชื่อเป็นคนแรกเมื่อในขณะที่สวมบทเป็นกองกึ่งกลางกลุ่มชาติสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 ส่วน เปเป้ ตามมาเป็นคนที่ 2 โดยสวมบทเป็นกองหลังกลุ่มชาติโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 เท่ากับว่าเวลานี้มีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปคว้าแชมป์ยุโรปเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เพราะว่า จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน และ โตลอย เปลี่ยนเป็นอีก 3 หน้าแข้งแซมบ้าที่ได้เข้าทำเนียบนี้กันแบบพร้อมหน้ากลมเกลียวพร้อมใจ เนื่องจากว่าได้สวมเสื้อของทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” สังสรรค์แชมป์ยูโร 2020 ไปหมาดๆ

Read More

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดชิงชนะเลิศบอลยูโร 2020 ที่ข้อสรุปเป็น กลุ่มชาติอิตาลี ดวลจุดลูกโทษชนะ กลุ่มชาติอังกฤษ ไป 3-2 หลังเท่ากันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรสมัยที่ 2 ได้เสร็จ ท่ามกลางความหมดหวังของกองเชียร์สิงโตคำรามในสนามเวมบลีย์ ล่าสุด มีแถลงการณ์ว่าแฟนบอลกลุ่มชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมลงชื่ออย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า กระทำรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศใหม่อีกรอบ ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้ตัดสินไม่ยุติธรรม โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าจู่โจมไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินคนดัทช์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นบอกว่าตัดสินบกพร่องหลายจังหวะ โดยเฉพาะจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรให้ใบแดงแม้กระนั้นก็ให้แค่ใบเหลือง รวมทั้งจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็จะต้องเป็นใบแดงด้วยเหมือนกัน จนกระทั่งขณะนี้ มีคู่รักบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมลงชื่อใน change.org เว็บไซต์ที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้ชิงชัยกันใหม่อีกที ซึ่งเว้นเสียแต่พวกเขาเห็นว่ากรรมการเป่านกหวีดแบบไม่เป็นธรรมแล้ว ยังกำหนดเพิ่มเหตุว่า กลุ่มชาติอิตาลีเล่นแรงเหลือเกิน โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นกลุ่มชาติอังกฤษ อย่างไรก็ดี การร่วมลงชื่อครั้งนี้อาจจะเป็นได้เพียงการแสดงออกทางข้อคิดเห็นแค่นั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองอาจจะไม่มีการตอบรับคำเรียกร้องนี้แต่อย่างใด

Read More

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูกลุ่มชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา ประเทศสเปน หลุดเสนอคำถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แนวรุกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักฟุตบอลระดับสตาร์เหรอ? ระหว่างการสนทนาในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน แนวรับเพื่อนร่วมชาติ โดยในรายการ ฉันร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามคำถามว่า “ให้เลือกนักฟุตบอลระดับสตาร์ 3 คน ที่ไม่ได้ลงเล่นในยูโรครั้งนี้”

Read More

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดหมายชิงแชมป์ ที่จัดแจงฟาดหน้าแข้งกันเช้าตรู่วันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย อย่างที่แฟนบอลทราบกันอยู่แล้ว ปีนี้เป็นการชิงชัยระหว่างคู่ต่อสู้ในฝัน คู่รักคู่แค้นตลอดกาลอย่าง เจ้าของงาน ทีมชาติบราซิล เจอกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา ปัจจุบัน เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ ข้างหลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนกองทัพฟ้าขาวให้ครองแชมป์โคขว้าง อเมริกา โดยเหตุผลด้วยเหตุว่าเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี ตัวรุกจากบาร์เซโลนานั่นเอง สำหรับจุดเริ่มแรกเรื่องราวดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด ผู้สื่อข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าต้องการที่จะให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยคุณได้โพสต์ว่า “ก่อนจะเอาหินมาขว้างใส่ฉันในที่ส่วนรวม ฟังฉันอธิบายก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักวงการบอลบราซิเลียน ใช่ ฉันมีเพื่อนฝูงชาวอาร์เจนไตน์คนจำนวนไม่น้อย แม้กระนั้นฉันไม่ได้เชียร์อาร์เจนตินา ในเกมนัดหมายชิงโคขว้าง อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แม้กระนั้นฉันเชียร์ด้วยเหตุว่าฉันรักบอล และก็ ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้จำต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเป็นเรื่องที่เป็นธรรม!” ภายหลังโพสต์ของผู้รายงานข่าวสาวดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคู่รักบอลไม่น้อยล้วนคล้อยตามข้อคิดเห็นของอันดราเด ซึ่งแทบทั้งสิ้นก็บอกเหตุผลคล้ายกันโน่นคือ ชมเชยในฝีเท้าของตัวรุกจากชาติคู่รักคู่แค้น และก็อยากให้สมหวังเสียทีในวัย 34 ปี ทั้งแฟนบอลบราซิลยังขุ่นเคืองจากความล้มเหลวของกองทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ปัจจุบัน เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ไหว ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในประเด็นนี้ยาวเหยียดว่า “ผมคือคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มองอาจ ความฝันของผมตลอดชีพคือการได้เล่นให้ทีมชาติและก็ได้ฟังแฟนบอลส่งเสียงร้องส่งเสริม” “ผมไม่เคยโจมตีหรือคิดจะโจมตีบราซิล เวลาพวกเขาชิงชัยใดๆก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์” “หากสิ่งนั้นคือบราซิล ด้วยเหตุว่าผมคือคนบราซิล และก็ใครก็ตามที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่มองเห็นต่างออกไป ก็ช่างเถอะนะ ผมให้ความยำเกรง แม้กระนั้นไปลงนรกซะเหอะ” สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดหมายที่เจอ ทีมชาติเวเนซุเอลา และก็ ทีมชาติประเทศเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ ต่อจากนั้นเขายิงไม่ได้อีกเลย แม้กระนั้นบราซิลก็ยังเข้มแข็งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดหมายชิงแชมป์ โดยนัดหมายนี้จะเป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้เผชิญหน้ากับอาร์เจนตินาในรอบชิงแชมป์ ที่ผ่านมาบราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 สมัย ส่วนอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 สมัย และก็มีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 สมัยของอุรุกวัยในวันพรุ่งนี้

Read More

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น สลบแล้วก็ล้มลงสู่พื้น แล้วก็ต้องได้รับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน อาจทำให้ภาพเรื่องราวความสูญเสียในอดีตกาล ย้อนกลับไปเข้ามาในความนึกคิดของเหล่าแฟนบอล มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ คงเป็นเคสแรกๆที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยจดจำก้าวหน้า ภาพที่เขาสลบล้มลงกึ่งกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จนถึงต้องถูกแบกออกไปรักษาเบื้องต้นข้างสนาม แม้กระนั้นท้ายที่สุดก็ไม่อาจช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ได้สำเร็จ จนถึงความสูญเสียดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว กลายมาเป็นรอยด่างพร้อยทำหน้าที่แข่งขัน สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 แม้กระนั้นการสูญเสียในตอนนั้น ก็ได้แผ้วถางทางสู่อนาคตสำหรับการช่วยชีวิตนักฟุตบอลในสนาม แข็งมากแค่ไหนก็ล้มได้ หากว่านักเตะอาชีพ จะเป็นฝูงชนที่มีสุขภาพแข็งแรงดี วิ่งเต็มดูดได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม แต่กลับมีผู้เล่นมากกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกึ่งกลางสนาม ซึ่งมากกว่าครึ่งนั้น มิได้โชคดีเช่นเดียวกับมิดฟิลด์ของแดนโคนมรายนี้ หนึ่งในกรณีที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยจดจำก้าวหน้า เป็นรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ มิดฟิลด์ตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมทัพกลุ่มชาติแคเมอรูน ลงเตะใน สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ประเทศตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนที่จะได้พักในเกมที่พบกับ ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็กลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง แมตช์ดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกึ่งกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีผู้ใดอยู่รอบข้างตัวเขาเลย ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม แล้วก็เรียกให้กลุ่มหมอเข้ามารักษาเบื้องต้นเขาในสนาม ก่อนที่เขาจะถูกแบกออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการดูแลรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง ทว่าหลังพยายามกู้ชีพอยู่ยาวนานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงต่อจากนั้น วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาติ แคเมอรูน ณ ขณะนั้น เปิดเผยว่าเขาต้องการเปลี่ยนตัว โฟเอ้ ออกจากสนามก่อนหน้านั้น ด้วยเหตุว่าหมดทั้งตัวเขาแล้วก็กลุ่มหมอ มีความเห็นว่ามิดฟิลด์รายนี้มีลักษณะล้า แล้วก็เคลื่อนที่ได้ช้าลง แม้กระนั้นเจ้าตัวยังต้องการเล่นต่อ เพื่อช่วยทำให้กลุ่มชาติของเขาไปสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้ แมรี่-หลุยส์ โฟเอ้ เมียของตัวรุกรายนี้ กล่าวว่ามิดฟิลด์จาก แมนฯ ซิตี้ มีลักษณะท้องเดินมา 2-3 วันแล้ว รวมถึงมีปัญหากับกระเพาะอาหารของเขาด้วย แม้กระนั้นเจ้าตัวยังคงรับรองที่จะลงเล่นให้กับกลุ่มต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตต่อหน้าเมียของเขา ที่เข้ามารับดูเกมข้างสนามในนัดนั้น

Read More

เดลี เมล สื่อดังของประเทศอังกฤษกล่าวว่า บียอร์น ไคเปอร์ส (Bjorn Kuipers) ผู้ตัดสินจากเนเธอร์แลนด์ที่จะลงปฏิบัติภารกิจในนัดชิงดำยูโร 2020 วันอาทิตย์นี้ เป็นผู้ตัดสินลูกหนังที่มีฐานะร่ำรวยที่สุดในโลก สื่อดังที่กล่าวผ่านมาแล้วกล่าวว่า ท่านเปาชาวดัตช์มีเงินทองส่วนตัวราคาราว 11.5 ล้านปอนด์ (ราว 520 ล้านบาท) เมื่อปี 2016 โดยเจ้าตัวเป็นผู้ร่วมจัดตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อว่า จัมโบ (Jumbo) ในแดนกังหันลม หลังมีดีกรีปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่สมัยหนุ่มแน่นจากมหาวิทยาลัยรัดค่อยด์ ในเมืองไนจ์เมเกน   ไคเปอร์ส วัย 48 ปี เริ่มอาชีพเชิ้ตดำลูกหนังตั้งแต่ปี 2002 ก่อนขึ้นชั้นเป็นผู้ตัดสินระดับแถวหน้าของยูฟาตั้งแต่ปี 2009 โดยผ่านการลงวินิจฉัยในบอลโลก รอบในที่สุด มาแล้ว 2 สมัย รวมทั้งศึกยูโร รอบในที่สุดอีก 3 สมัย ซึ่งแรงผลักดันในอาชีพนี้ของเจ้าตัวคือป๋า ที่เคยเป็นผู้ตัดสินบอลในระดับครึ่งอาชีพนั่นเอง สำหรับ นัดชิงชนะเลิศยูโร 2020 ระหว่าง ทีมชาติอังกฤษ พบ ทีมชาติอิตาลี นี้จะถือเป็นอีกเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของไคเปอร์ส หลังเคยวินิจฉัยนัดชิงชนะเลิศเกมระดับสมาคมในถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก (2017) รวมทั้ง ยูฟา ยูโรปา ลีก (2013, 2018) มาแล้ว   ส่วนในศึกยูโรครั้งนี้ ไคเปอร์สลงปฏิบัติภารกิจไปแล้ว 3 นัด โดยแบ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัด รวมทั้งรอบ 8 ทีมในที่สุดอีก 1 นัด ซึ่งในเกมนัดชิงชนะเลิศนี้ ไคเปอร์สจะได้ปฏิบัติภารกิจร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ ซานเดอร์ ฟาน โรเกล รวมทั้ง เออร์วิน เซนสยี่ห้อ ในฐานะผู้กำกับเส้น โดยมี คาร์ลอส เดล เซร์โร ชาวสเปนเป็นผู้ตัดสินที่ 4

Read More

ฟุตบอล ยูโร 2020 รอบ 4 ทีมในที่สุด คืนวันพุธที่ 7 ก.ค. 2021 อังกฤษ 2-1 เดนมาร์ก สนาม: เวมบลีย์ (ลอนดอน ประเทศอังกฤษ) คะแนนนักฟุตบอล ทีมชาติอังกฤษ จอร์แดน พิคฟอร์ด – 6/10 วันนี้เกือบจะไม่เจอบททดลองเท่าไรนัก แต่ว่าดูเห็นได้ชัดว่าวันนี้ฟอร์มหลุดไปพอควรโดยยิ่งไปกว่านั้นในช่วงเวลาที่จำเป็นต้องเล่นบอลกับพื้น รวมทั้งการออกบอลดูไม่มีความเชื่อมั่นรวมทั้งขาดความแม่นยำไปมากอย่างยิ่งจริงๆ จอห์น สโตนส์ – 7.5/10 เกมรับปฏิบัติภารกิจได้อย่างเข้มแข็งในวันนี้ มีจังหวะเข้าสะกัดรวมทั้งบล็อคลูกยิงสวยๆบ่อยมาก แฮร์รี แม็คแกว่งไกวร์ – 7.5/10 เหมือนกับ สโตนส์ ที่เกมรับเล่นได้อย่างเหนื่ยวแน่น แถมยังได้โอกาสได้เติมขึ้นไปกระแทกลุ้นทำประตูบ่อยมาก ครองบอลรั้งแน่น ออกบอลแม่นยำ ไม่มีข้อบกพร่องให้เห็นเลย ไคล์ วอล์เกอร์ – 7.5/10 เป็นอีกคนที่เด่นเป็นอย่างมากในเกมรับ แม้วันนี้จะเกือบจะมิได้เติมขึ้นสูง แต่ว่าการเฝ้าเกมรับทางกราบขวารวมทั้งการหุบเข้ามาช่วยกึ่งกลางทำเป็นอย่างไร้ที่ว่ากล่าวในเกมวันนี้ ลุค ชอว์ – 7.5/10 มีบทบาทออกจะมากมายสำหรับในการเติมเกมรุก ค่อยต่อบอลประสานงานกับเพื่อนพ้องร่วมทีมทางกราบซ้าย ได้โอกาสเติมขึ้นลุ้นเปิดในกรอบจุดโทษสร้างจังหวะให้ทีมได้อยู่บ้างเช่นเดียวกัน

Read More

กลายเป็นคลิปเรียกรอยยิ้มโดยทันทีกับจังหวะหลังเกมที่ ทีมชาติอิตาลี เป็นข้างเอาชนะ ทีมชาติประเทศสเปน สำหรับการดวลจุดโทษ 4-2 ผ่านไปสู่รอบชิงชนะเลิศ สำหรับการแข่ง ฟุตบอลยูโร 2020 สำเร็จ เมื่อคืนนี้วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม ก่อนหน้าที่ผ่านมา โดยหลังเกมจบลง บรรดานักฟุตบอลอิตาลี ได้รวมตัวกันวิ่งไปสังสรรค์กับแฟนบอลบริเวณหลังประตู แต่ว่าในรายของ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กองหลังรุ่นเก๋าของทีมเก็บอารมณ์ไม่อยู่ได้วิ่งออกไปต่างประเทศสนามเพื่อเฮกับแฟนบอลบนอัฒจันทร์ ซึ่งหลังเจ้าตัวสังสรรค์กับแฟนๆเสร็จ ปราการหลังวัย 34 ปี จะเดินกลับเข้าสนามอีกครั้ง แต่ว่าเจ้าหน้าที่สนามกลับจำเขาไม่ได้เนื่องจากมีความรู้สึกว่าเป็นแฟนบอลที่กระโดดลงมาร่วมสังสรรค์ด้วย ทำให้เจ้าตัวถึงกับงงงวยทีเดียว ก่อนที่จะเจ้าตัวจะอธิบายแล้วก็เดินกลับสู่สนามได้อีกครั้ง สำหรับ “กองทัพอัซซูร์ปรี่” สามารถทะลุผ่านไปชิงชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ได้เป็นสมัยที่ 4 โดยจะเข้าไปคอยพบกับผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ กับ เดนมาร์ก ที่จะลงทำการแข่งกันในคืนวันนี้

Read More

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ศูนย์หน้ากัปตันทีมชาติโปรตุเกส ที่จบภารกิจในการแข่งบอล ยูโร 2020 หลังชาติรกรากของตนเป็นข้างแพ้ให้กับ เบลเยียม 0-1 หยุดป้ายในการแข่งเพียงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ปัจจุบัน จอมบุกซุปตาร์วัย 36 ปี ได้โพสต์ภาพครอบครัวพร้อมหน้าที่อยู่ร่วมเฟรมกับ จอร์จิน่า โรดริเกวซ ภรรยาสาวคนสวย รวมทั้งลูกๆทั้งยัง 4 คน กำลังล่องเรือยอร์ชหรูอยู่ในสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมข้อความ “มันถึงเวลาจะต้องพักกับคนที่ผมรัก” ถือว่าเป็นการเข้าสู่ช่วงพักหลังจะต้องกรำศึกหนักลงแข่งขันมาอย่างสม่ำเสมอตลอดปี อย่างไรก็ดีอีกสิ่งหนึ่งที่บรรดาสื่อใหญ่พากันให้ความสนใจก็คือ เรือยอร์ชสุดหรูลำใหม่ของเจ้าตัวที่พึ่งทุ่มเงินสูงถึง 5.5 ล้านปอนด์ (ราวๆ 245 ล้านบาท) มาครองเมื่อปีที่ผ่านมานั่นเอง โดยเรือลำนี้ก็คือ Azimut Grande เรือสำราญลำหรูยาว 88 ฟุต จัดตั้งด้วยเครื่องยนต์กลไก 1,900 แรงม้าสองตัว สามารถทำความเร็วได้ถึง 28 นอต ทำจากคาร์บอนเส้นใยที่มีน้ำหนักสูงถึง 93 ตัน ภายในมีห้องพักขนาดใหญ่ 5 ห้อง ให้ความรู้สึกเสมือนการเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว ซึ่งทุกห้องจัดตั้งด้วยแอร์ รวมทั้งบริการ Wi-Fi นอกเหนือจากนั้นยังพรั่งพร้อมด้วยความสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็น ส้วม 6 ห้อง, ห้องครัวที่ล้ำยุค, ห้องทานอาหารสุดหรู รวมทั้งบนดาดฟ้าเรือมีเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับช่วยในด้านสำหรับอำนวยความสะดวกครบถ้วนทั้งยังเลานจ์ขนาดใหญ่, อ่างจากุชชี่น้ำร้อน รวมทั้งพื้นที่พัก 2 แห่ง เหมาะกับเหล่าลูกๆของเขาเป็นอย่างยิ่ง สำหรับก่อนหน้านี้ครอบครัวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ชอบใช้ช่วงในการพักด้วยการลวงงเรือนอกริมฝั่งไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในแถบยุโรป เพราะเหตุว่ามันทำให้พวกเขาสามารถหลีกลี้ความโกลาหลในเมืองได้เป็นอย่างดี

Read More